2 พฤศจิกายน 2568 – ก้าวเข้าสู่วันสุดท้ายของ “เวทีติดตามผลลัพธ์กลไกการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับเขต” บรรยากาศตลอดวันเต็มด้วยสาระสำคัญ โดยมุ่งเน้นการเติมองค์ความรู้เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับการทำงานใน 7 เขตนำร่อง
“Lifestyle Medicine” กุญแจสำคัญสู้ NCDs
ผศ.ดร.ถนอมศักดิ์ เสนาคํา คณบดีคณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และนายกสมาคมวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การออกแบบการดูแลสุขภาพกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับข้อมูลสุขภาพรายบุคคล” โดยชี้ว่าการแก้ปัญหา NCDs ต้องใช้ Lifestyle Medicine ซึ่งประกอบด้วยหลายมิติ ทั้งอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการจัดการความเครียด โดยเน้นย้ำว่า การออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพต้องผสมผสานทั้งแอโรบิค 150-300 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการฝึกด้วยแรงต้าน (Resistance Training) อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) นอกจากนี้ ยังได้แนะนำแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เช่น การตรวจน้ำตาลก่อน-หลังออกกำลังกาย
ต่อมา ผศ.ดร.ประสิทธิ์ ปีปทุม อาจารย์คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้สาธิตการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อหนุนเสริมการทำงานการจัดการพฤติกรรมเสี่ยง และการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสี่ยง ในกลุ่มเสี่ยงNCDs
จาก “มือล่าง” สู่ “มือบน”: นิยามใหม่ “ชุมชนเข้มแข็ง”
นายสุรพล เหลี่ยมสูงเนิน ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ได้กล่าวสรุปบทเรียนจากการทำงานที่ผ่านมา โดยตั้งคำถามสำคัญว่า การวัดผล ชุมชนเข้มแข็ง ไม่ควรเป็นแค่การนับจำนวนคนเข้าร่วมกิจกรรม แต่คือการที่ชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลงจาก “มือล่าง” (ผู้รับการสนับสนุน) ไปสู่ “มือบน” (ผู้จัดการและวางแผนเองได้)
กทม. ชี้ “One Plan One Node One Report” ตอบโจทย์นโยบายตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน
นายแพทย์ธนัช พจน์พิสุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบสาธารณสุข สำนักงานอนามัย กทม. กล่าวเสริมว่า กทม.ยินดีที่ได้เห็นการทำงานรูปแบบ One Plan One Node One Report เพราะช่วยลดความซ้ำซ้อนของ 3 กองทุนหลัก (สสส., กทม., สปสช.) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กลไกดังกล่าวยังสอดรับกับนโยบายของ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน โดยกลไกเขตเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลกลุ่มเสี่ยง (สีส้ม/สีแดง) ที่ตรวจพบให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างแท้จริง ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของการสร้างเสริมสุขภาพ
สามารถติดตามภาพเพิ่มเติมได้ที่
สำหรับในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมทั้ง 7 เขต จะเข้าสู่การระดมสมองเพื่อวางแผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของโครงการ โดยมุ่งเน้นการติดตามผลลัพธ์ของชุมชน และการถอดบทเรียนการทำงานของกลไก 4 ฝ่ายต่อไป









